ไอเดียค้าง แบบต่างๆ สำหรับปลูกผักไว้กินเอง

เกษตรหลายๆท่านอาจจะรูปจักเป็นอย่างที่ กับคำว่า ค้างผัก แต่จริงๆเคยรู้ไหมว่า ค้าผักที่เราใช้ในสวนของเรา เขามีชื่อเรียกแบบไหน มีการแบ่งแยกกันอย่างไร ซึ่งการเรียกชื่อนั้นก็ตามรูปทรงของค้างผัก นั่นเอง ซึ่งวันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปรู้จักกับ แต่ละรูปร่างมีชื่อเรียกอะไรบ้าง

แบบที่ 1 ทรง A

ทรง A ที่มาก็คือ มาจากรูปทรงที่คล้ายกับตัว A ในภาาษาอังกฤษนั่นเอง ซึ่งทรงนีเป็นทรงที่ทำง่าย และการทำก็ไม่ซับซ้อนนั่นเอง

แบบที่ 2 ทรงกระโจม

มีลักษณะคล้ายทรง A นั่นแหละ แต่ทะว่า ทรงนี้จะมีการโยงเชือกที่ต่างจาก ทรง A ซึ่งลดความยุ่งยากของการถักด้ายนั่นเอง

แบบที่ 3 ทรง T

ทรง T ที่มาก็คือ มาจากรูปทรงที่คล้ายกับตัว T ในภาาษาอังกฤษนั่นเอง ซึ่งทรงนีเป็นทรงที่ทำง่ายเช่นกัน เหมาะกับปลูกผักในสวนที่พื้นที่ไม่ราบเรียบ ข้อดีคือ ไปได้กับทุกพื้นที่นั่นเอง ซึ่งทรงนี้ก็สามารถเห็นได้ตามการปลูกบนภูเขานั่นเอง

แบบที่ 4 ทรง  H

ทรง H ที่มาก็คือ มาจากรูปทรงที่คล้ายกับตัว H ในภาาษาอังกฤษนั่นเอง ซึ่งทรงนีเป็นทรงที่ทำยาก แต่มั่นคงเพราะเป็นทรงที่เหมาะกับพืชบางชนิด มักพบในการปลูกผักเชิงอุตสหกรรม ที่เน้นการลงทุนสูง และยาวนาน เพราะทรงนี้ใช้เสาร์ปูนเป็นส่วนใหญ่ ทำให้คงทนนั่นเอง

แบบที่ 5 ทรงเสาคู่

ค้างแบบเสาคู่ สะดวกสบาย ค้างมีความสมดุล เพราะมีเสามากพอที่จะรับน้ำหนักได้นั่นเอง จึงทำให้เก็บง่าย และบางกรณีก็ทำคล้ายกับอุโมง โดยทำเสาให้สูงและปลูกผักคลุ่ม เป็นแนวทางเดินคล้ายกับอุมงนั่นเอง พบเห็นได้ทั่วไปตามงานจัดเเสดงพืชผัก

แบบที่ 6 ทรงรั้วบ้าน

ข้อดีคือทำง่ายมาก ลงทุนน้อย ประหยัด โดยส่วนใหญ่ก็นำไปใช้กับ พืชที่โตไว เช่น แตง แตงกวา ขจร เป็นต้น

แบบที่ 7 ทรงรั้วบ้าน

ทรงนี้คล้ายกับทรง ค้างแบบเสาคู่ แต่มีเสาเพิ่ม นั่นหมายความว่าแข็งแรงกว่า เสาคู่นั่นเอง นิยมทำเป็นอุโมง เป็นแนวทางเดินนั่นเอง

เนื้อหาโดย me-panya