ทบทวน เศรษฐกิจพอเพียง กันอีกครั้ง อีกแง่คิด ที่หลายท่านอาจยังไม่เขาใจ

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีหลักอย่างที่เราได้ยินกันอยู่เป็นประจำคือ สามห่วง สองเงื่อนไข ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดี ที่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่พอประมาณ

ความมีเหตุผล หมายถึง การใช้หลักเหตุผล ในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ

การมีภูมิคุ้มกันที่ดี หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อม รับต่อผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงรอบตัว ปัจจัยเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้นั้น จะต้องอาศัยความรู้ และคุณธรรม เป็นเงื่อนไขพื้นฐาน

เงื่อนไขความรู้ หมายถึง ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง ในการดำเนินชีวิต และการประกอบการงาน

เงื่อนไขคุณธรรม คือ การยึดถือคุณธรรมต่างๆ อาทิ ความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน ความเพียร การมุ่งต่อประโยชน์ส่วนรวมและการแบ่งปัน ฯลฯ ตลอดเวลาที่ประยุกต์ใช้ปรัชญา

เพราะฉะนั้นถ้าทำการใดก็ตาม ถ้าทำเกินตัว ไม่มีแผนรองรับความ ขาดความรู้ในการดำเนินการ เอาเปรียบ อย่างนี้ก็ไม่พอเพียง

ที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะเข้าใจยาก มาทำความเข้าใจง่ายๆ จากหนังสือปราชญ์เดินดิน วิถีคนกล้า ท้าเปลี่ยนโลก

อาจารย์ครับ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี่ ผมเคยฟังคนนั้นพูดทีคนนี้พูดที แต่ยังไม่เข้าใจครับว่า เศรษฐกิจพอเพียงหมายถึงอะไร

มาดูคำตอบจาก อ.ยักษ์นะครับ อาจช่วยให้เราเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้น

เศรษฐกิจพอเพียง คือการรู้จักตัวเอง แล้วก็ทำให้พอกับตัวเอง เลี้ยงชีวิตให้ได้ อุ้มชูตัวเองให้ได้

จะอยู่อย่างไร…ก็หาที่อยู่ให้พอ
จะกินอะไร…ก็หากินให้พอ
จะใช้อะไร…ก็ทำใช้ให้พอ

แม้จะหาเงินไม่ได้ หรือเป็นหนี้เป็นสิน แต่ก็ยังพออยู่ พอกิน พอใช้ จะอาชีพอะไรก็เหมือนกันหมด การพึ่งตนเองให้ได้ คือพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าพอมีเหลือก็เอาไปทำบุญทำทานเสียก่อน จากนั้นค่อยไปสู่ขั้นก้าวหน้า คือนำไปค้าขายแข่งขันกับใครก็ว่ากันไป แต่ทุกอย่างให้เริ่มต้นที่คำว่า “พอ”

มาดูอีกคำถามจากนายไข่ อีกคำถาม

จำเป็นไหมครับว่า คนที่ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ต้องเป็นคนยากจน

อ.ยักษ์ตอบว่า

ไม่เกี่ยว เศรษฐกิจพอเพียงรวยได้ แต่เราพอเพียงขั้นพื้นฐาน ใช้หลักว่า ทำให้พออยู่ พอกิน พอใช้

วันหนึ่งถ้าไม่มีเงิน หรือค้าขายแล้วเจ๊ง กลับมาบ้านต้องไม่อด ไม่ใช่ค้าขายเจ๊งแล้วกลับมาบ้านก็ไม่มีเงิน ไปลักขโมยถูกจับ อย่างนี้ก็ไม่พอ เราเอาแค่พอ

ความพอเพียงของแต่ละคนไม่เท่ากัน

อีกคำถามที่นายไข่ถาม อ.ยักษ์ ซึ่งหลายคนอาจกำลังสงสัยอยู่เช่นกันว่า แบบนี้ แบบนั้น พอเพียงหรือไม่

ถ้าผมมีเงินเยอะแล้ว จำเป็นต้องใช้รถยนต์หลายคัน คันนี้เอาไว้ส่งลูก คันนี้เอาไว้ซื้อกับข้าว คันโน้นใช้ทำธุระ อีกคันเอาไว้ขับขึ้นป่าขึ้นดอย อย่างนี้ถือว่า “ฟุ่มเฟือย” หรือว่า “พอเพียง” ครับ อาจารย์

คำตอบที่ได้จาก อ.ยักษ์ คือ

ถ้าคุณไข่ มีเหลือเฟือ แจกจ่ายให้ทานแล้วยังเหลือ คุณอยากซื้ออะไรก็ซื้อไปเถอะ ไม่มีใครเขาว่าหรอก เอาให้มันพอดีๆ

จากที่ผมเขียนมา จะพอเพียงได้มีหลายองค์ประกอบ จะขาดส่วนหนึ่งส่วนใดไม่ได้ แต่ส่วนตัวแล้วก็ยังมองว่า จุดเด่นอีกอย่างของเศรษฐกิจพอเพียง คือเรื่องของคุณธรรม อย่างที่ อ.ยักษ์ บอกว่าถ้ามีเหลือก็ให้แบ่งปันทำบุญก่อน แล้วค่อยขาย อย่างไรก็ตามจะพอเพียงได้ ก็ต้องมีการพึ่งพาตนเอง