การเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานจากไม้ยางพารา เห็ดเศษรฐกิจที่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค

0
35

จัดเป็นเห็ดเศรษฐกิจอีกหนึ่งที่เป็นที่นิยมบริโภคของบุคคลทั่วไป เป็นเห็ดที่เพาะง่าย มีอายุการพักเชื้อที่สั้น เพาะได้เกือบทุกฤดูยกเว้นในช่วงฤดูร้อน เพราะเห็ดชอบอากาศเย็นชื้น ในการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานนิยมใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพาราเป็นวัสดุเพาะ เพราะเป็นวัสดุที่ให้ผลผลิตสูงและเก็บผลผลิตได้นาน เฉลี่ยประมาณ 4 เดือน และมีวิธีการเพาะที่ง่าย คุ้มทุน อีกทั้งยังดูแลรักษาง่าย นอกจากขี้เลื่อยไม้ยางพารา ยังมีวัสดุอีกหลายอย่างที่สามารถนำมาเพาะได้ เช่น ฟางข้าว แต่วิธีการที่ซับซ้อนกว่าและมีระยะเวลาในการให้ผลผลสั้น ดังนั้นจึงขอแนะนำการเพาะเห็ดนางฟ้าด้วยขี้เลื่อยไม้ยางพารา

การเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานในถุงพลาสติก

1.ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100 กก.

2.รำละเอียด 5 กก.

3.ปูนขาว 1 กก.

4.ยิปซั่ม 0.5 กก.

5.ดีเกลือ 0.2 กก.

6.ความชื้น 60-70% (ดูตามสภาพของขี้เลื่อย)

ขั้นตอนการทำ

1. ผสมสูตรอาหารทั้งหมดเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน

2. เพิ่มความชื้นโดยการรดน้ำให้มีความชื้น 60 – 70%

3. อัดถุงขนาด 6.5 x 12.5 น้ำหนัก 800 กรัม/ถุง

4. อัดให้แน่นใส่คอพลาสติกจุกด้วยสำลีและปิดด้วยกระดาษ

5. นึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งแบบไม่ใช้ความดัน 3 ซม. อุณหภูมิประมาณ 95 – 100 องศาเซลเซียล

6. เมื่อครบตามเวลาปล่อยให้เย็นและทำการใส่เชื้อเห็ดจากเมล็ดข้าวฟ่าง

7. ทำการพักเชื้อประมาณ ๓๐ วัน โดยการเก็บไว้ในโรงพักเชื้อไม่ให้โดนแสงแดดและความชื้น หากพบว่าก้อนเชื้อเกิดราดำหรือราเขียว ให้รีบแยกออกเพื่อทำลายป้องกันการระบาดของเชื้อ

ขั้นตอนการทำ

1. ผสมอาหารเพาะเห็ด (ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 100 กก. + รำละเอียด 5 กก. + ยิปซั่ม 0.5 กก. + ปูนขาว 1 กก. + ดีเกลือ 0.2 กก.)

2. บรรจุอาหารเพาะลงในถุงพลาสติกทนร้อน

3. รวบปากถุงบีบไล่อากาศออก แล้วอัดถุงให้แน่น

4. นำไปนึ่งฆ่ าเ ชื้ อด้วยถังนึ่ง ไม่อัดความดัน อุณหภูมิประมาณ 95 -100 องศาเซลเซียส ประมาณ 3 ชั่วโมง

5. นำถุงอาหารเพาะเห็ดมาใส่เชื้อเห็ดนางฟ้า

6. นำมาพักเชื้อประมาณ 30 วัน

7. นำไปเปิดดอก โดยการเปิดจุกสำลีออก

8. เก็บผลผลิตและทำการรดน้ำ

การเก็บผลผลิต

ให้ดึงดอกเห็ดออกมาทั้งโคนอย่าให้มีเศษของก้านดอกติดอยู่ในปากถุงเพราะจะ ทำให้ก้อนเชื้อเห็ดเน่า หลังจากเก็บดอกเห็ดแล้วให้รดน้ำเพื่อปรับสภาพความชื้น

การดูแลรักษา

โรคของเห็ดนางฟ้าภูฐาน ได้แก่ ราดำ ราเขียว ราจุดไข่ปลาและราส้ม ส่วนมากราดำและราเขียวจะเกิดในช่วงของการพักเ ชื้ อ ทั้งนี้อาจจะติดเชื้อมาจากช่วงของการใส่เชื้อเห็ด เนื่องจากสถานที่ใส่เชื้อมีลมแรงหรือสถานที่ไม่สะอาด อาจเกิดจากขั้นตอนการนึ่งก้อนเชื้อที่ใช้ความร้อนไม่สูงพอ

การแก้ไข ควรนึ่งก้อนเชื้อ เห็ดด้วยความร้อนประมาณ 95-100 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 3-4- ชม. และควรมีสถานที่ที่ทำการใส่เชื้อสะอาดไม่มีลมพัดก็จะช่วยป้องกันโรคได้

แหล่งที่มาของข้อมูล:
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

72 − = 65