มะนาวคาเวียร์หรือมะนาวนิ้วมือ ปลูกได้ทุกสภาพดิน ทนต่อทุกสภาพอากาศ ราคาดี

0
104

สายพันธุ์ มะนาวคาเวียร์หรือมะนาวนิ้วมือ ที่พิสูจน์แล้วว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมของสายพันธุ์ที่ตนเองมั่นใจว่าจะขยายพื้นที่ปลูกให้มากเป็นพิเศษเพื่อผลิตผลมะนาวนิ้วมือหรือมะนาวคาเวียร์จำหน่าย ตอนนี้มีอยู่ 4 สายพันธุ์หลักๆ ที่เก็บข้อมูล สังเกตนิสัยการเจริญเติบโต การให้ผลผลิตออกดอกติดผลง่าย และที่สำคัญทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี ถือว่าเป็นข้อสำคัญในการเลือกสายพันธุ์อย่างที่บอกว่า ที่สวนในเดือนมีนาคมถึงเมษายน อุณหภูมิค่อนข้างสูง 38-42 องศาเซลเซียส คือ

1.สายพันธุ์ ไบร่อน ซันไรส์ (Byron Sunrise) ซึ่งจะมีเนื้อในสีชมพูแดง

2.สายพันธุ์ ดิ เอ็มเมอรัล (D’Emerald) ซึ่งเนื้อในจะมีสีเขียว

3.สายพันธุ์ เมีย โรส (Mia Rose) เปลือกสีม่วงแดง ซึ่งเนื้อในจะมีสีชมพูเข้มแดง

4.สายพันธุ์ ริกก์ เรด (Rick Red) ซึ่งจะมีเนื้อในสีชมพูแดง

ส่วนมะนาวนิ้วมือสายพันธุ์อื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็มีข้อดีแตกต่างออกไป โดยแต่ละสวนอาจจะมองเห็นข้อดีที่แตกต่างกันไป เช่น

สายพันธุ์ “ลิตเติ้ล รูบี้” (Littie Ruby) เนื้อในสีแดง จะมีเอกลักษณ์เด่นๆ คือ ต้นเป็นทรงพุ่มหนาแน่น ใบมีขนาดเล็กมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ชัดเจน มีหนามถี่แหลมคม เนื้อมีสีแดง ออกดอกได้ตลอดทั้งปี เหมาะมากในการปลูกในกระถางเป็นไม้ประดับตามบ้านเป็นอย่างมาก เป็นสายพันธุ์ที่ติดดอกได้เร็วที่สุด ประมาณ 8-12 เดือน เท่านั้น แล้วสามารถออกดอกติดผลดกได้ตลอดทั้งปีถ้าต้นมีความสมบูรณ์ โดยลูกชุดแรกๆ อาจจะเล็ก แต่เนื้อจะเป็นไข่ปลาเมื่อผลใหญ่สมบูรณ์ แต่เมื่อต้นมีอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป จะให้ลูกที่ใหญ่ขึ้น ขนาดผลประมาณ 70-90 ผล ต่อกิโลกรัม

สายพันธุ์ “เรด แชมเปญ” (Red Champange) เปลือกสีแดง เนื้อในแดงเข้ม นิยมใส่ในเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทำให้มีกลิ่นหอมและมีรสชาติที่แตกต่างออกไปสายพันธุ์ “เทสตี้ กรีน” (Tasty Green) เปลือกสีเขียว แต่เนื้อในสีขาว มีกลิ่นแรง ดมแล้วจะสดชื่นกระปรี้กระเปร่า รสชาติเปรี้ยวมาก ทำให้บ้านเรานิยมนำไปผสมใส่ยำต่างๆ เป็นต้น

ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของมะนาวนิ้วมือ หรือมะนาวคาเวียร์ นอกจากรสเปรี้ยวและมีกลิ่นหอม คือการนำมาใช้ประโยชน์เมื่อใช้มีดผ่าผล เมื่อใช้มือบีบผลมะนาวเนื้อในจะไหลออกมา จะไม่เกาะติดเปลือกและไม่เกาะติดกันเอง ทำให้เวลาผ่าหรือบีบออกจากผล เนื้อจึงทะลักเป็นเม็ดๆ คล้ายไข่ปลา

การปลูกมะนาวนิ้วมือไม่ยาก

มะนาวนิ้วมือ หรือมะนาวคาเวียร์ปลูกง่ายกว่าปลูกมะนาวมาก เนื่องจากมะนาวนิ้วมือจะไม่พบการระบาดของโรคแคงเกอร์เลย ทำให้การดูแลรักษาง่ายมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง มีเพียงแมลงศัตรูที่เหมือนมะนาว คือ เพลี้ยไฟ ไร หนอนกินใบเท่านั้น ซึ่งใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูเช่นเดียวกับมะนาวทุกๆ ประการ รวมถึงการดูแลรักษา บำรุงใส่ปุ๋ยฉีดพ่นปุ๋ยทางใบก็แบบเดียวกันกับมะนาว ยิ่งมีพื้นฐานมะนาวมาก่อนก็ยิ่งง่าย ฉะนั้น สายพันธุ์ที่ปลูกได้ผลดีจึงมีผลมากกว่า

ถ้าจะปลูก ก็ต้องเลือกให้ดี เพราะมะนาวนิ้วมือก็ต้องใช้เวลาปลูกและดูแลจนกว่าออกผลราว 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี การติดผลก็จะมากขึ้นตามลำดับ ตามขนาดของทรงพุ่มและขนาดของต้น ยกตัวอย่าง มะนาวนิ้วมือ อายุ 2 ปี ทรงพุ่มประมาณ 80-100 เซนติเมตร ความสูงประมาณ 150-200 เซนติเมตร จะให้ผลผลิตรวมตลอดทั้งปี 1-3 กิโลกรัม โดยประมาณ แต่ปริมาณผลผลิตจะมากขึ้นตามอายุต้นของมะนาวเอง

จากข้อมูลพบว่า มะนาวนิ้วมือนั้นมีอายุยืนในต่างประเทศ แต่ในบ้านเราก็ต้องดูกันต่อไปว่าจะมีอายุได้นานขนาดไหน แต่เท่าที่ดูนิสัยการเจริญเติบโต อายุของมะนาวนิ้วมือน่าจะเกิน 10 ปีขึ้นไปแบบสบายๆ แต่ก็คงต้องขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการดูแลรักษาประกอบกันด้วย

เลือกปลูกมะนาวนิ้วมือ ลงวงบ่อซีเมนต์ เพราะสามารถปรุงดินปลูกได้ตามที่ต้องการในช่วง 1-2 ปีแรกของการปลูก เนื่องจากสภาพดินที่นี่ไม่ค่อยดีนัก ก็จำเป็นต้องปรุงดินผสมด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น แกลบดิบ แกลบดำ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ใบก้ามปู ดินร่วน เป็นต้น โดยเน้นให้ดินมีการระบายน้ำที่ดี

อีกอย่างมะนาวนิ้วมือชอบน้ำ แต่ไม่ชอบน้ำขังแฉะ ซึ่งอาจจะเป็นโ ร ครากเ น่ า โคนเ น่ า แล้ววงบ่อซีเมนต์ที่นำมาใช้จะไม่ปิดก้นวงบ่อซีเมนต์ เพื่อมะนาวโตขึ้นมีความแข็งแรงมากขึ้น รากก็สามารถหยั่งลงดินหากินได้เองในอนาคต แล้วทำให้ต้นมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีเหมือนกับปลูกลงดิน

ในทุกๆ 6-12 เดือน หากพบว่าดินปลูกในวงบ่อซีเมนต์มีน้อยลง ก็ควรจะเติมดินผสมลงไปให้ในวงบ่อซีเมนต์ตามความเหมาะสม หรือหากเป็นฤดูร้อนซึ่งอากาศร้อนจัดเมื่อปีที่ผ่านมา อุณหภูมิสูง 39-42 องศาเซลเซียส ก็อาจจะต้องหาวัสดุคลุมโคนต้น เพื่อช่วยลดความร้อน รักษาความชื้นในวงบ่อซีเมนต์ เช่น แกลบดิบ เปลือกถั่ว ฟางข้าว เป็นต้น

ข้อดีอีกอย่างในการปลูกมะนาวนิ้วมือในวงบ่อซีเมนต์คือ สามารถจัดการเรื่องวัชพืชได้ง่าย ไม่ว่าจะตัดหญ้า เนื่องจากมีวงบ่อล้อมต้นเอาไว้ เวลาตัดหญ้าก็ไม่ต้องกลัวว่าจะตัดโดนต้นมะนาวแต่อย่างใด หรือปลูกแบบลงดินโดยการยกร่องเป็นแถวก็ได้ ตามความเหมาะสมของแต่ละสวน และทุกครั้งที่ปลูกต้นไม้หรือต้นมะนาวจะต้องมีไม้หลักค้ำยันต้น เพื่อไม่ให้ต้นโยกเอนจากแรงลม ซึ่งจะทำให้รากกระทบกระเทือนหยุดชะงักการเจริญเติบโตไป

ระยะปลูกมะนาวนิ้วมือ ตอนนี้ที่สวน ใช้ระยะปลูก 3×3 เมตร อยู่ ก็ดีในระดับหนึ่ง แต่คิดว่าระยะนี้ยังไม่เหมาะสมสำหรับแปลงปลูกที่ต้องการปลูกจำนวนมาก เพราะถ้าจะให้สะดวกเอาเครื่องจักรเล็กเข้าแปลงได้ ก็ควรจะขยับระยะปลูกให้ห่างขึ้นสัก 4×4 เมตร น่าจะเหมาะสมกว่านี้

อีกอย่าง มะนาวนิ้วมือโตค่อนข้างเร็ว อายุต้น 2-3 ปี ก็มีทรงพุ่มขนาดใหญ่พอสมควร แต่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและสายพันธุ์ที่เหมาะสมต่อสภาพอากาศร้อน หรือสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่เหมือนที่บอกว่าการดูแลไม่ยุ่งยากอะไร ใช้พื้นฐานเดียวกับการปลูกมะนาวในบ้านเรา ทั้งเรื่องการใส่ปุ๋ย ให้น้ำ โ ร คและแ ม ล ง

อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการปลูกมะนาวนิ้วมือในออสเตรเลีย มีข้อมูลว่า อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 15-29 องศาเซลเซียส โดยเท่าที่ทราบมะนาวนิ้วมือในออสเตรเลียจะไม่มีผลผลิตให้ในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นมาก แต่ในสภาพแวดล้อมของประเทศไทยกลับติดดอกออกผลได้ตลอดทั้งปี

เนื่องจากภูมิอากาศบ้านเราค่อนข้างดีเหมาะสม ไม่มีสภาพอากาศแบบหนาวจัดเหมือนออสเตรเลีย ในบ้านเราก็ปล่อยให้ออกดอกติดผลตามธรรมชาติเหมือนมะนาวแป้นในฤดูกาล คือช่วงฤดูฝนจะติดผลได้ดกมากและติดผลลดน้อยลงไปบ้างในช่วงหน้าแล้ง

แหล่งที่มา เทคโนโลยีชาวบ้าน,บันทึกไว้เป็นเกียรติ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

95 − 89 =